Articles and
Interviews

บทความและบทสัมภาษณ์

OECD Global Roundtable on Equal Access to Justice 2025

  • OECD Global Roundtable on Equal Access to Justice ริเริ่มขึ้นภายใต้กรอบการดำเนินงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยริเริ่มเป็นเวทีหารือประจำปีตั้งแต่ปี 2015 เพื่อยกระดับหลักนิติธรรมและการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมให้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เวทีนี้ได้วิวัฒนาการจากพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างประเทศสมาชิก สู่การเป็น “ศูนย์กลางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยุติธรรมระดับสากล” ที่รวบรวมรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ผู้พิพากษา ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาสังคมจากทั่วโลกมาร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงประจักษ์ (Data-driven) และนวัตกรรมใหม่ๆ ความสำคัญสูงสุดของ OECD Justice Roundtable คือการเป็นกลไกหลักในการผลักดันและติดตามการปฏิรูประบบยุติธรรมตามมาตรฐาน OECD Recommendation on Access to Justice and People-Centred Justice Systems เพื่อเปลี่ยนผ่านจากระบบยุติธรรมแบบดั้งเดิมที่ยึดสถาบันเป็นหลัก ไปสู่ระบบยุติธรรมที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-Centred Justice) ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะอันเปรียบเสมือนฐานรากในการสร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันรัฐ การลดความเหลื่อมล้ำ และการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจยุคใหม่ในระดับสากล 
  • เพื่อปูทางสู่การที่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก OECD Global Roundtable on Equal Access to Justice ในปี 2027 เราขอพาไปย้อนดูหลักหมุดครั้งประวัติศาสตร์ในงาน 2025 OECD Global Roundtable ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของเวทีนี้ เพื่อดูว่า “โลกกำลังคุยอะไรกัน” และ “ทำไมประเทศไทยถึงต้องแคร์”
10 ปีของ OECD Justice Roundtable: จาก “เวทีคุย” สู่ “พิมพ์เขียวระดับโลก”
  • งาน 2025 OECD Roundtable ถือเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง มีผู้นำกระทรวงยุติธรรมกว่า 40 ประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 19 ประเทศ พร้อมด้วยตัวแทนจากศาลสถิตยุติธรรม องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคมเกือบ 300 คนจาก 6 ทวีป
  • แก่นสำคัญที่เวทีนี้ตกผลึกร่วมกันคือ ระบบยุติธรรมทั่วโลกกำลังเจอ “จุดเปลี่ยนผ่านสุ่มเสี่ยง” (Critical Turning Point) จากวิกฤตความเหลื่อมล้ำ ดิสรัปชันทางเทคโนโลยีอย่าง AI และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลที่ลดลงทั่วโลก ทางออกเดียวที่จะทำให้ระบบยุติธรรมรอดพ้นจากความเสื่อมถอย คือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่ “ยึดสถาบัน/ตัวบทกฎหมายเป็นศูนย์กลาง” (Institution-Centred) ไปสู่ระบบที่ “ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” (People-Centred Justice – PCJ)

3 บิ๊กเทรนด์จากมาดริด 2025: โลกกำลังหมุนระบบยุติธรรมไปทางไหน?

จากรายงานสรุปของ OECD ได้ฉายภาพ 3 ประเด็นใหญ่ที่เข้มข้นที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเราทุกคน:

1. AI และ Digital Transformation: ไม่ใช่แค่ทำเอกสารให้ไวขึ้น แต่ต้อง “แก้ปัญหาให้ตรงจุด”

  • สิ่งที่โลกถกเถียง: การใช้ AI หรือระบบอัตโนมัติในศาล ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป สเปนโชว์เคสการใช้ AI ช่วยสรุปสำนวนคดีและวิเคราะห์ข้อมูล แต่ผู้เชี่ยวชาญจากสแตนฟอร์ด (Margaret Hagan) และสมาคมกฎหมายคอมพิวเตอร์ (Richard Susskind) เตือนตรงกันว่า AI ต้องมาเพื่อ “เสริมพลังมนุษย์” (Augment) ไม่ใช่มาแทนที่การตัดสินใจทางจริยธรรมของมนุษย์
  • สิ่งสำคัญ: การทำ E-Justice ต้องไม่กลายเป็นการสร้าง “กำแพงความเหลื่อมล้ำดิจิทัล” (Digital Divide) ใหม่ที่กีดกันคนจน

2. Justice for Growth: ความยุติธรรมคือเครื่องยนต์ขับเคลื่อน SMEs

  • สิ่งที่โลกถกเถียง: ปัญหาข้อพิพาททางธุรกิจที่ล่าช้า กฎหมายที่ซับซ้อน และค่าใช้จ่ายแพง กลายเป็น “ตัวถ่วง” เศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อย (SMEs)
  • ทางออก: เวที OECD ชี้ว่า ประเทศที่จัดให้มีระบบไกล่เกลี่ยข้อพิพาทออนไลน์ (ODR), ศาลคดีพาณิชย์สำหรับ SMEs และกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน จะช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการจัดเก็บภาษีของรัฐ และการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

3. “Justice Data” และการวัดผลที่กินได้จริง

  • สิ่งที่โลกถกเถียง: ในอดีต ศาลมักวัดผลแค่อ่านคดีเสร็จกี่คดี (Input/Output) แต่ OECD ชูมาตรฐานใหม่ People-Centred Justice Measurement Framework ที่เน้นวัด “ผลลัพธ์ในชีวิตจริงของประชาชน” (Outcome) เช่น ชาวบ้านรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรมไหม? ข้อพิพาทจบลงแบบยั่งยืนหรือไม่?
  • แก่นคิด: การเก็บข้อมูล Justice Data ไม่ใช่ “ค่าใช้จ่าย” แต่คือ “การลงทุนที่คุ้มค่า” เพื่อให้รัฐนำงบประมาณไปแก้ปัญหาได้ถูกจุด

เสียงจากประเทศไทยในเวทีโลก (Thailand in Action)
  • ในรายงานฉบับนี้ ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมผลักดันวาระระดับโลก:
  • ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ (รองนายกรัฐมนตรี) ได้ร่วมแลกเปลี่ยนในเวทีระดับผู้นำ (Justice Leaders’ Dialogue) ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายของระบบยุติธรรมท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลก และความจำเป็นในการสร้างสถาบันยุติธรรมที่ยืดหยุ่น ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจ
  • ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ (ประธานคณะกรรมการบริหาร TIJ) ได้ร่วมอภิปรายในเซสชัน Redesigning justice services to put people at the centre ร่วมกับผู้แทนจากเนเธอร์แลนด์ มอลตา และ Council of Europe โดยเน้นย้ำถึงการออกแบบบริการยุติธรรมที่ผสมผสานกลไกชุมชน ความช่วยเหลือหลากมิติ และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อให้ตาสีตาสาเข้าถึงความยุติธรรมได้จริงในชีวิตประจำวัน
ส่งไม้ต่อสู่ปี 2027: ทำไมงานนี้ที่กรุงเทพฯ จึงเป็นวาระแห่งชาติ?
  • จากการประชุมที่มาดริดปี 2025 มุ่งสู่ตุรกี (อิสตันบูล) ในปี 2026 และ ประเทศไทยในปี 2027…
  • การเป็นเจ้าภาพจัดงาน OECD Global Roundtable 2027 ของไทย ไม่ใช่แค่การจัดงานประชุมอินเตอร์ทั่วไป แต่คือ “Strategic Window” (โอกาสทางยุทธศาสตร์) ที่ประเทศไทยจะ:
    • โชว์ศักยภาพการเป็นผู้นำ: ในฐานะประเทศแรกๆ ในภูมิภาค Southeast Asia ที่ร่วมขับเคลื่อนมาตรฐาน OECD
    • เอา “ความจริงของเอเชีย” ไปเติมเต็มโลก: นำโจทย์เรื่องเศรษฐกิจนอกระบบ (Informal Economy), ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล, และกลไกยุติธรรมชุมชน ไปร่วมกำหนดกติกาโลก
  • ยกระดับความเชื่อมั่นทางการค้า: พิสูจน์ให้นักลงทุนและประชาคมโลกเห็นว่า ประเทศไทยกำลังปฏิรูปหลักนิติธรรมเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

“เพราะความยุติธรรม ไม่ใช่เรื่องของการลงโทษในศาลเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้คนทุกคนและธุรกิจทุกขนาด เข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม และดำเนินชีวิตได้อย่างมีความหวัง”

back to top